ออดิโออินเตอร์เฟส Audio Interface TOA รุ่น IP-A1AF

ออดิโออินเตอร์เฟส TOA รุ่น IP-A1AF คืออุปกรณ์แปลงและเชื่อมต่อสัญญาณเสียงระบบเครือข่าย IP (IP Audio Interface) ขนาดกะทัดรัด ที่ใช้พลังงานผ่านสาย LAN (PoE) ทำหน้าที่ผสานรวมอุปกรณ์เสียงอะนาล็อกทั่วไปเข้ากับระบบเครือข่าย IP Audio ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถแปลงสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์ภายนอก (แอนะล็อก) ให้กลายเป็นสตรีมเสียงเครือข่าย และแปลงสัญญาณเสียงจากเน็ตเวิร์กกลับมาเป็นสัญญาณแอนะล็อกเพื่อขับลำโพง Low Impedance ขนาด 8W (8 Ω) หรือส่งออกระดับไลน์ (Line Level) ตัวเครื่องรองรับโปรโตคอลเปิดทั้ง SIP, ONVIF Audio Backchannel (ทำงานร่วมกับระบบกล้อง VMS) และการสตรีมมิ่งแบบ Multicast สูงสุด 20 พอร์ต มีพอร์ต I/O ควบคุม และฟังก์ชันตั้งเวลา/บันทึกไฟล์เสียงในตัว ทำงานได้อิสระแบบ Standalone โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง


การทำงานของ ออดิโออินเตอร์เฟส (Audio Interface) TOA รุ่น IP-A1AF ช่วยเปลี่ยนอุปกรณ์เสียง Analog ทุกประเภทให้กลายเป็น Smart IP Endpoint (อุปกรณ์ปลายทางอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านไอพีแอดเดรส IP Address) ได้ทันที ตัวเครื่อง ออดิโออินเตอร์เฟส ได้รับการออกแบบให้รองรับการจ่ายพลังงานผ่านสาย LAN เส้นเดียวด้วยมาตรฐาน PoE (Power over Ethernet) ทำให้การวางระบบ Audio Interface มีความคล่องตัวสูง ลดการเดินสายไฟ AC เพิ่มเติม และทำให้ ออดิโออินเตอร์เฟส สามารถติดตั้งได้อย่างแนบเนียนในทุกจุดของอาคาร ทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตา

นิยามใหม่ของ ออดิโออินเตอร์เฟส Audio Interface ในระบบเสียงประกาศผ่านเครือข่าย

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า ออดิโออินเตอร์เฟส หรือ Audio Interface ในสตูดิโอบันทึกเสียงสำหรับงานดนตรี แต่สำหรับ ออดิโออินเตอร์เฟส เกรดงานสถาปัตยกรรมและอุตสาหกรรมอย่าง TOA IP-A1AF นั้น มีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตัว Audio Interface รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแปลงสัญญาณและประมวลผลเสียงผ่านโครงข่ายเน็ตเวิร์ก (Audio over IP) โดยสามารถรับสัญญาณเสียงแอนะล็อกระดับไมค์หรือไลน์ แปลงเป็นแพ็กเก็ตข้อมูลดิจิทัลส่งผ่านระบบ LAN และในทางกลับกัน ตัว ออดิโออินเตอร์เฟส ยังสามารถดึงสัญญาณสตรีมมิ่งเสียงดิจิทัลจากเครือข่ายแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงแอนะล็อกเพื่อขับลำโพงหรือส่งต่อให้แอมพลิฟายเออร์ภายนอกได้แบบเรียลไทม์


การมี ออดิโออินเตอร์เฟส ประจำจุดต่างๆ ในอาคาร ช่วยให้การบริหารจัดการเสียงเป็นไปอย่างเป็นระบบ เพราะ Audio Interface แต่ละเครื่องจะได้รับหมายเลข IP Address เฉพาะตัว ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมการทำงานของ ออดิโออินเตอร์เฟส ผ่าน Web Browser ได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับเสียง การสลับแหล่งสัญญาณ หรือการกำหนดลำดับความสำคัญของเสียงประกาศ จึงกล่าวได้ว่า Audio Interface รุ่นนี้คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบกระจายเสียงแบบเดิมไปสู่ระบบอัจฉริยะอย่างแท้จริง

เจาะลึก 5 จุดเด่นด้านระบบเสียงของ ออดิโออินเตอร์เฟส TOA รุ่น IP-A1AF

1. ออดิโออินเตอร์เฟส ขับเคลื่อนด้วย PoE พร้อมภาคขยาย 8W และช่อง Line Out ในตัวเดียว

ความโดดเด่นอย่างมากของ ออดิโออินเตอร์เฟส TOA รุ่น IP-A1AF คือความยืดหยุ่นของภาคสัญญาณขาออก (Audio Output) ภายในตัว Audio Interface มีภาคขยายเสียงดิจิทัลขนาด 8 วัตต์ (ที่โหลด 8 โอห์ม) ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน ทำให้ ออดิโออินเตอร์เฟส สามารถต่อตรงเข้ากับลำโพงแบบ Low Impedance ขนาดเล็ก เช่น ลำโพงติดผนังหรือลำโพงตู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาแอมป์เสริม แต่หากหน้างานต้องการขับลำโพงจำนวนมาก ผู้ใช้งานก็สามารถปรับสวิตช์ของ Audio Interface ให้เปลี่ยนเป็นช่อง Line Output (0 dB, ความต้านทาน ≤ 600 โอห์ม) เพื่อส่งสัญญาณเสียงบาลานซ์คุณภาพสูงเข้าสู่เพาเวอร์แอมป์กำลังขับสูงภายนอกได้อย่างสะดวกสบาย ภาคจ่ายไฟของ ออดิโออินเตอร์เฟส ใช้ไฟจาก PoE (IEEE 802.3af Class 3) ซึ่งกินพลังงานสูงสุดเพียง 12.95 วัตต์ ทำให้ Audio Interface ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน

2. Audio Interface เชื่อมต่อไร้รอยต่อกับ SIP Protocol และกล้อง VMS ด้วย ONVIF

การผสานรวมระบบเสียงเข้ากับระบบความปลอดภัยและโทรคมนาคม คือจุดแข็งที่ทำให้ ออดิโออินเตอร์เฟส รุ่นนี้มีความคุ้มค่าสูงสุด:

  • ระบบโทรศัพท์ SIP: สามารถลงทะเบียนหมายเลขเบอร์โทรภายในให้กับ Audio Interface เพื่อให้ผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่สามารถโทรผ่านระบบ IP-PBX หรือ SIP Phone เข้ามาที่ ออดิโออินเตอร์เฟส เพื่อประกาศเสียงสดออกสู่ลำโพงที่เชื่อมต่อไว้ได้ทันที
  • กล้องวงจรปิด VMS และ ONVIF: Audio Interface รองรับมาตรฐาน ONVIF (Audio Backchannel) ทำให้ระบบจัดการวิดีโอกล้องวงจรปิด (VMS) มองเห็น ออดิโออินเตอร์เฟส เป็นอุปกรณ์เสียง เจ้าหน้าที่ในห้องคอนโทรลสามารถพูดคุยโต้ตอบสองทางหรือสั่งยิงเสียงเตือนผ่าน Audio Interface ไปยังพื้นที่ที่เกิดเหตุได้ทันทีเมื่อกล้อง CCTV ตรวจพบความผิดปกติ
  • Audio Codecs หลากหลาย: ตัว ออดิโออินเตอร์เฟส รองรับ Codecs มาตรฐานสากลทั้ง Opus, PCMU (G.711u), PCMA (G.711a) และ G.722 ส่งผลให้เนื้อเสียงที่ผ่าน Audio Interface มีความคมชัดสูง สัญญาณรบกวนต่ำ และมีความหน่วงของสัญญาณเสียง (Audio Delay Time) ขั้นต่ำเพียง 100 ms เท่านั้น

3. ออดิโออินเตอร์เฟส กระจายเสียง Multicast สูงสุด 20 พอร์ตโดยไม่กินแบนด์วิดท์ (ปริมาณการรับส่งข้อมูล (Data-Transfer) ทางอินเทอร์เน็ต)

สำหรับการกระจายเสียงในระบบเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ หากใช้วิธีส่งสัญญาณเสียงแบบจุดต่อจุดทั่วไป อาจทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เกิดความแออัด แต่ ออดิโออินเตอร์เฟส TOA รุ่น IP-A1AF ใช้เทคโนโลยี Multicast Audio Streaming โดยตัว Audio Interface รองรับ Multicast Address ได้สูงสุดถึง 20 ช่องสัญญาณ ทำให้ผู้ควบคุมระบบสามารถสั่งส่งสัญญาณเสียงพร้อมกันไปยัง ออดิโออินเตอร์เฟส ปลายทางหลายๆ ตัวในคราวเดียว โดยที่ Audio Interface แต่ละตัวจะเลือกรับฟังเฉพาะแชนแนลที่กำหนดไว้ ช่วยให้การแบ่งโซนเสียงประกาศในอาคารมีความแม่นยำ และระบบเครือข่ายส่วนกลางยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น

4. Audio Interface รองรับช่องสัญญาณ Balanced Audio In พร้อมไฟ Phantom Power 12V

ในส่วนของช่องรับสัญญาณเสียงเข้า ออดิโออินเตอร์เฟส มาพร้อมช่อง Audio Input แบบ Balanced 1 ช่องสัญญาณ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปรับเลือกความไวสัญญาณได้ทั้งแบบ LINE (0 dB) เพื่อรับสัญญาณจากเครื่องเล่นเพลงภายนอก หรือปรับเป็นแบบ MIC (-60 dB) สำหรับต่อตรงเข้ากับไมโครโฟนประกาศ ยิ่งไปกว่านั้น ตัว Audio Interface ยังมีฟังก์ชัน PAD (-20 dB) และสวิตช์เปิด-ปิดไฟเลี้ยง Phantom Power 12V DC ทำให้สามารถต่อไมโครโฟนคอนเดนเซอร์เข้ากับ ออดิโออินเตอร์เฟส ได้โดยตรงโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์จ่ายไฟเพิ่ม พร้อมลูกบิดปรับระดับ Gain เสียงบนตัวเครื่อง ช่วยให้การปรับแต่งเสียงที่เข้าสู่ Audio Interface มีความละเอียดและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง

5. ออดิโออินเตอร์เฟส ทำงานอิสระแบบ Standalone พร้อมระบบจัดเก็บไฟล์เสียง 80MB

ความอัจฉริยะอีกระดับของ ออดิโออินเตอร์เฟส (Audio Interface) TOA รุ่น IP-A1AF คือความสามารถในการทำงานแบบ Standalone โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ราคาแพง ตัวอินเตอร์เฟสบรรจุหน่วยความจำแฟลชภายในขนาด 80 MB สามารถจัดเก็บไฟล์เสียงคุณภาพสูงได้มากถึง 20 ไฟล์ (รองรับทั้งฟอร์แมต WAV และ MP3) ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถสั่งให้ ออดิโออินเตอร์เฟส เล่นไฟล์เสียงสปอตโฆษณา เสียงกริ่งบอกเวลา หรือข้อความเตือนภัยอัตโนมัติเมื่อมีสัญญาณกระตุ้นจากพอร์ต Control Input หรือคำสั่ง Remote API (HTTP commands) นอกจากนี้ Audio Interface ยังมีระบบเทียบเวลาอัตโนมัติผ่าน NTP Server และวงจรสำรองเวลา RTC ได้นาน 24 ชั่วโมงแม้ไฟดับ ทำให้การตั้งเวลาของ ออดิโออินเตอร์เฟส แม่นยำตลอดเวลา

สเปกโดยละเอียดของ ออดิโออินเตอร์เฟส (Audio Interface) TOA รุ่น IP-A1AF

หัวข้อ

รายละเอียด

ระบบพลังงานและภาคขยายเสียง

(Power & Audio Output)

แหล่งจ่ายไฟ (Power Source): รับพลังงานไฟฟ้าผ่านสาย LAN มาตรฐาน PoE (IEEE 802.3af Class 3)


การใช้พลังงานไฟฟ้า (Power Consumption):

  • สูงสุด 12.95 วัตต์ (ที่สภาวะ Rated Output)
  • 5 วัตต์ (ตามมาตรฐานความปลอดภัย IEC62368-1)


ภาคขยายเสียงในตัว (Rated Output): 8 วัตต์ (ที่โหลดความต้านทาน 8 Ω)


ช่องสัญญาณเสียงออก (Audio Output): 1 ช่องสัญญาณ สามารถเลือกใช้งานได้ 2 รูปแบบผ่านสวิตช์

  • Speaker Output: สำหรับต่อตรงเข้ากับลำโพงแบบ Low Impedance 8 Ω (กำลังขับ 8W)
  • Line Output: ระดับสัญญาณ 0 dB, ความต้านทาน ≤ 600 Ω (Electronically-balanced) สำหรับส่งต่อไปยังมิกเซอร์หรือเพาเวอร์แอมป์ภายนอก
  • ขั้วต่อ: Removable Terminal Block 6 ขา


การตอบสนองความถี่ (Frequency Response): 50 Hz ถึง 20 kHz (ครอบคลุมทั้งเสียงพูดประกาศและเพลง BGM)


ความเพี้ยนฮาร์มอนิกรวม (THD): ≤ 1% (ที่กำลังขับพิกัด 8W, ความถี่ 1 kHz)

ช่องสัญญาณเสียงขาเข้า (Audio Input)

Audio Input: 1 ช่องสัญญาณ แบบ Electronically-balanced, ความต้านทาน 10 kΩ (Removable Terminal Block 6 ขา)

  • สวิตช์ปรับเลือกระดับสัญญาณได้ระหว่าง LINE (0 dB) หรือ MIC (-60 dB)
  • ฟังก์ชัน PAD (-20 dB)
  • สวิตช์จ่ายไฟเลี้ยง Phantom Power (12V DC) สำหรับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์
  • ลูกบิดปรับระดับความดังเสียงขาเข้า (Volume Control)

ระบบเครือข่ายและการส่งสัญญาณเสียง

(Network & Audio Codecs)

อินเทอร์เฟซเครือข่าย (Network I/F): 100BASE-TX, Auto MDI/MDI-X, ขั้วต่อ RJ-45 (1 พอร์ต)


โปรโตคอลเครือข่ายที่รองรับ: TCP/IP, UDP, HTTP, RTP, RTSP, RTCP, ARP, ICMP, IGMPv3, NTP, SIP (RFC3261), SIPS, SIP-TLS, DHCP


การบีบอัดสัญญาณเสียง (Audio Codecs): Opus, PCMU (G.711u), PCMA (G.711a), G.722


ความหน่วงของสัญญาณเสียง (Audio Delay Time): ต่ำมาก ขั้นต่ำเพียง 100 ms


โหมดการออกอากาศสัญญาณเสียง (Broadcasting Modes):

  • SIP Broadcasting Mode: รองรับทั้งการเชื่อมต่อตรงแบบ P2P และเชื่อมต่อระบบ IP-PBX ผ่าน SIP Server
  • Multicast Broadcasting Mode: รองรับได้สูงสุด 20 พอร์ต (Addresses) พร้อมระบบ Auto Codec Detection เพื่อการจัดกลุ่มโซนประกาศ
  • VMS Broadcasting Mode: เชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดผ่านโปรโตคอล ONVIF Audio Backchannel (PCMU)
  • Internal Message Broadcasting Mode: สั่งเล่นไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ในตัวเครื่อง
  • Local Broadcasting Mode: สตรีมสัญญาณเสียงจาก LINE/MIC IN ส่งตรงไปยัง Audio Output (Speaker/Line Out) ทันที
  • หมายเหตุ: รองรับฟังก์ชัน Priority Setting จัดลำดับความสำคัญของแต่ละโหมดประกาศได้

พอร์ตสัญญาณควบคุมและสั่งการ (Control Interfaces)

Control Input (อินพุตรับสัญญาณควบคุม): 2 ช่องสัญญาณ (No-voltage make contact, Open voltage: 5V DC, กระแสลัดวงจร ≤ 2mA, Terminal Block 6 ขา) สำหรับรับสัญญาณจากเซนเซอร์ สวิตช์ปุ่มกด หรือสั่งโทร SIP อัตโนมัติ


Mute Control Input (อินพุตตัดเสียงฉุกเฉิน): 1 ช่องสัญญาณ (รับสัญญาณตัด 24V DC, กระแสควบคุม ≤ 5mA, Non-polar, Terminal Block 2 ขา)


Control Output (เอาต์พุตส่งสัญญาณควบคุม): 1 ช่องสัญญาณ (Open Collector Output, ทนแรงดัน 30V DC, กระแสควบคุม ≤ 10mA, Terminal Block 6 ขา) สำหรับสั่งเปิดไฟไซเรน ปลดล็อกประตู หรือส่งสัญญาณแจ้งเตือนระบบอื่น

ฟังก์ชันการทำงานอัจฉริยะในตัว (Smart Standalone Features)

Internal Audio Storage (หน่วยความจำบันทึกไฟล์เสียง):

  • จัดเก็บไฟล์เสียงในตัวได้สูงสุด 20 ไฟล์ (ขนาดความจุรวม 80 MB)
  • รองรับไฟล์นามสกุล WAV (8/16/44.1/48 kHz, 8/16 bit) และ MP3 (32/44.1/48 kHz, 64-320 kbps)
  • ตั้งค่าการเล่นซ้ำ: กำหนดจำนวนครั้ง (Playcount 1-10 ครั้ง), ระยะเวลา (Duration 5-3,600 วินาที) หรือตามช่วงเวลาตั้งไว้
  • ตั้งค่า Interval time (0-60 วินาที) และ Delay time (0-30 วินาที)


Remote API (HTTP Commands): รองรับการรับ-ส่งคำสั่ง HTTP เพื่อควบคุมการทำงานจากระบบอัตโนมัติอื่น เช่น สั่งเล่นไฟล์เสียง สั่งเปิด-ปิด Contact Output หรือปรับระดับเสียง


System Mute Function: สั่งตัดเสียงอุปกรณ์ซีรีส์ IP-A1 อื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกันเมื่อมีเหตุจำเป็น


ความแม่นยำและการสำรองเวลา: นาฬิกาภายในคลาดเคลื่อน ±13 วินาที/เดือน, ซิงค์เวลาอัตโนมัติผ่าน NTP Server และมีระบบสำรองเวลา (RTC Time Retention) ได้นาน 24 ชั่วโมง แม้ไฟดับ

ขนาด วัสดุ และสภาพแวดล้อม (Physical & Environment)

ขนาดตัวเครื่อง (Dimensions): กว้าง 126 × สูง 33 × ลึก 80 มม. (ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่)


วัสดุตัวเครื่อง (Finish): ฝาหน้าทำจากแผ่นเหล็กชุบผิวพ่นสีดำ (Black), แชสซีส์หลังทำจากแผ่นเหล็กชุบผิว


น้ำหนัก: 390 กรัม


อุณหภูมิและความชื้นทำงาน: -30 °C ถึง +55 °C / ความชื้นสัมพัทธ์ ≤ 90 %RH (ไม่มีการควบแน่น)


ไฟแสดงสถานะ LED: STATUS (เขียว/น้ำเงิน/ส้ม/แดง), LINE/MIC IN (เขียว/แดง), OUTPUT (เขียว), LINK/ACT (เขียว)

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy