ประวัติความเป็นมาของ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ (The History of Video Conference System)

ประวัติความเป็นมาของ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ History of Video Conference System

ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference System) คือ โซลูชั่นระบบการประชุมทางไกล ที่ทำให้คนมากกว่า 2 คนขึ้น สามารถประชุมพูดคุยกันแบบเห็นหน้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามแบบเรียลไทม์ การประชุมทางไกล เป็นระบบการประชุมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดการระบาดของ COVID-19 โดยในปัจจุบัน ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ถูกนำมาใช้ในการดำเนินการทางธุรกิจกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การนำเสนองาน ไปจนถึงการใช้ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ในการสัมภาษณ์รับเข้าทำงานในองค์กร โดยในบทความนี้ DTran Technology จะพาไปรู้จักประวัติความเป็นมา ว่ากว่าจะกลายมาเป็นระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ใช้กันในปัจจุบัน จะต้องผ่านขั้นตอน เหตุการณ์ แนวคิดอะไรมาบ้าง ถึงจะเป็นระบบการใช้งานที่สมบูรณ์

 

ยุคเริ่มต้นของระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ (ปี 1870 – 1930s)

  • ปี 1870: หลังจากการคิดค้นโทรศัพท์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 Bell Labs ได้ริเริ่มแนวคิดเชิงทฤษฎีในการส่งทั้งสัญญาณเสียงและสัญญาณภาพเคลื่อนไหวผ่านสายสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นแนวคิดตั้งต้นที่ล้ำหน้าเทคโนโลยีในยุคสมัยนั้นหลายสิบปี
  • ปี 1920: อุปสรรคสำคัญในยุคนั้นคือเทคโนโลยีกล้อง จนกระทั่งกล้องโทรทัศน์ที่ทำงานได้เสถียรผลิตสำเร็จในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 1920 ทำให้ในวันที่ 7 เมษายน 1927 แผนก Bell Telephone Laboratories ของ AT&T สามารถถ่ายทอดสดภาพเคลื่อนไหวทางเดียวของ Herbert Hoover (รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ในขณะนั้น) จากทำเนียบขาวไปยังหอประชุมในนิวยอร์ก ระยะทางกว่า 200 ไมล์ แม้ว่า Hoover จะยังไม่สามารถมองเห็นผู้ฟังกลับมาได้ก็ตาม
  • ปี 1931: AT&T ประสบความสำเร็จในการสาธิต ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ แบบสื่อสารสองทาง (Two-Way Video) เป็นครั้งแรกระหว่างสำนักงาน 2 แห่งในแมนฮัตตัน ทำให้คู่สนทนามองเห็นหน้ากันได้พร้อมกัน แต่โครงการต้องชะลอตัวลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression)
  • ปี 1936: Georg Schubert นักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน พัฒนาระบบโทรศัพท์วิดีโอเชิงพาณิชย์ Gegensehn-Fernsprechanlagen ช่วงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน เชื่อมต่อสายโคแอกเชียลระหว่างเบอร์ลินและไลพ์ซิก ก่อนขยายโครงข่ายกว่า 620 ไมล์ และตั้งตู้โทรศัพท์วิดีโอตามที่ทำการไปรษณีย์ ทว่าเทคโนโลยีนี้ต้องยุติลงในปี 1939 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

ยุคบุกเบิกเชิงพาณิชย์และฮาร์ดแวร์ระดับองค์กร (ปี 1950s – 1980s)

  • ปี 1959 – 1969: Bell Telephone Laboratories พัฒนาต้นแบบสื่อสารสองทางที่ส่งภาพ 1 เฟรมทุก 2 วินาที และเปิดตัวสู่สาธารณะในชื่อ Picturephone Mod I ที่งาน New York World’s Fair ในปี 1964 ต่อมาในปี 1969 AT&T ได้เปิดตัว Picturephone Mod II สำหรับใช้งานในสำนักงาน รองรับความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ระดับประเทศ
  • ปี 1982: บริษัท Compression Labs เปิดตัวระบบ CLI T1 ซึ่งเป็น ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ แบบกลุ่มเชิงพาณิชย์รุ่นแรก ฮาร์ดแวร์ต้องใช้พื้นที่ติดตั้งทั้งห้อง มีราคาสูงถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีค่าเชื่อมต่อสัญญาณสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง
  • ปี 1984 – 1991: คณาจารย์และนักศึกษาจากสถาบัน MIT ก่อตั้ง PictureTel Corp. และสร้างตัวแปลงสัญญาณวิดีโอเชิงพาณิชย์ (Video Codec) ขึ้นมาเพื่อบีบอัดข้อมูล ทำให้การส่งสัญญาณภาพและเสียงความละเอียดสูงข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ระหว่างสำนักงานใหญ่กับ AT&T ปารีสในปี 1989 เป็นจริงได้ ก่อนที่ PictureTel จะจับมือกับ IBM ในปี 1991 เพื่อปูทางนำ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC)

ยุคการบูมของอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป (ทศวรรษ 1990s)

 

  • ปี 1991: กำเนิดเว็บแคมตัวแรกของโลกจากฝีมือนักศึกษาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยส่งภาพขาวดำ 129×129 พิกเซล ที่ 1 เฟรมต่อวินาที
  • ปี 1992 – 1994: นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Cornell พัฒนาโปรแกรม CU-SeeMe ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประชุมวิดีโอบนเครื่องเดสก์ท็อปโปรแกรมแรก เปิดใช้งานบน Macintosh ในปี 1992 และบน Windows ในปี 1994
  • ปี 1994: Connectix เปิดตัว QuickCam เว็บแคมเชิงพาณิชย์รุ่นแรก ความละเอียด 320×240 พิกเซล แบบ Grayscale (Logitech เข้าซื้อกิจการในปี 1998)
  • ปี 1990 – 1994: ก่อตั้งบริษัท Polycom ในปี 1990 และเปิดตัวผลิตภัณฑ์พลิกวงการอย่าง SoundStation ในปี 1992 สปีกเกอร์โฟนทรงสามเหลี่ยมที่ตัดเสียงสะท้อนและสื่อสารสองทางพร้อมกันได้อย่างคมชัด ตามด้วย ShowStation อุปกรณ์ประชุมวิดีโอตัวแรกของแบรนด์ในปี 1994 วางรากฐานฮาร์ดแวร์ห้องประชุมมาตรฐานสากล

ยุคสมาร์ตโฟนและแอปพลิเคชันไร้พรมแดน (ทศวรรษ 2000s – 2010s)

  • ปี 1999 – 2003: โทรศัพท์มือถือเริ่มติดตั้งกล้องหน้าเพื่อรองรับการวิดีโอคอล เริ่มจาก Kyocera VP-210 ในญี่ปุ่นปี 1999 ตามมาด้วยโทรศัพท์หลายรุ่น เช่น Sony Ericsson Z1010 ในปี 2003
  • ปี 2001: เกิดประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญทางการแพทย์ในชื่อ "Operation Lindbergh" วันที่ 7 กันยายน 2001 ทีมแพทย์ในนิวยอร์กควบคุมหุ่นยนต์ Zeus ทำการผ่าตัดทางไกล (Telesurgery) ให้ผู้ป่วยในฝรั่งเศสผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง และในปลายปีเดียวกัน ได้มีการนำสัญญาณดาวเทียมมาใช้ถ่ายทอดสดรายงานข่าวสงครามในอัฟกานิสถาน
  • ปี 2003 – 2009: Skype ถือกำเนิดขึ้นในปี 2003 โดยวิศวกรชาวเอสโตเนียและขยายจากการส่งข้อความสู่วิดีโอคอล (eBay ซื้อในปี 2005 และส่งต่อให้ Microsoft ในปี 2011) ขณะที่ WhatsApp ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 ก่อนจะเพิ่มฟังก์ชันวิดีโอคอลในปี 2016
  • ปี 2010: Apple เปิดตัว iPhone 4 พร้อมฟีเจอร์ FaceTime ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้าถึงการสนทนาทางวิดีโอได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านเครือข่าย Wi-Fi และพัฒนาต่อยอดสู่สัญญาณเครือข่าย 3G และ 4G/LTE

ยุคคลาวด์และการเติบโตแบบก้าวกระโดด (ปี 2020 – ปัจจุบัน)

วิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่เปลี่ยนให้ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และการเรียนออนไลน์ทั่วโลก:

  • Cisco Webex: ระบบประชุมระดับองค์กรที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1995 (Cisco ซื้อกิจการในปี 2007) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Webex Classrooms ในปี 2020 เพื่อรองรับการศึกษาเสมือนจริง
  • BlueJeans: ซอฟต์แวร์ประชุมแบบข้ามแพลตฟอร์มที่เปิดตัวในปี 2009 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบเดิมของ Cisco, Polycom และ Microsoft Lync โดยถูกควบรวมกิจการโดย Verizon ในปี 2020
  • Microsoft Teams: เปิดตัวในปี 2017 เพื่อมาแทนที่ Skype for Business รวบรวมฟังก์ชันการทำงาน แช็ต จัดการไฟล์ ประชุมเสียง วิดีโอ และการถอดคำบรรยายแบบเรียลไทม์ไว้ในจุดเดียว
  • Zoom Cloud Meetings: ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รองรับผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน และแสดงภาพพร้อมกันได้ถึง 49 คนบนหน้าจอเดียว พร้อมพัฒนาฟังก์ชันเสริมต่อเนื่อง เช่น ระบบ Zoom Rooms, บริการถอดเสียงด้วย AI (Otter.ai), ฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการได้ยินและการมองเห็น รวมถึงการเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดอีเวนต์เสมือนจริง OnZoom ที่รองรับผู้เข้าร่วมสูงสุด 1,000 คน
พัฒนาการของ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดจากฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ราคาสูง สู่โซลูชันซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ที่ยืดหยุ่น ทรงพลัง และตอบสนองทุกมิติของการทำงานในยุคไฮบริดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

บทความที่เกี่ยวข้อง
จอ Interactive กับการประชุมและการนำเสนอ
จอ Interactive หรือ Interactive Flat Panel ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การประชุมและการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุมขนาดเล็กหรือใหญ่ จอเหล่านี้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม
6 ธ.ค. 2024
โซลูชันSmartSecurityสำหรับธุรกิจยุคใหม่
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงเพียงการป้องกันพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และน่าเชื่อถือ เพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงานและการต้อนรับผู้มาเยือน DTran Technology พร้อมนำเสนอ โซลูชัน Smart Security ที่ผสมผสาน Entrance Gate ร่วมกับระบบ Time Attendance อัจฉริยะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและทันสมัยยิ่งขึ้น
18 ส.ค. 2025
การนำเสนอแบบสมัยใหม่ กระดานจอห้องเรียนในยุคดิจิทัล
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้และการสอน กระดานจอห้องเรียนเป็นเครื่องมือที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการศึกษาในปัจจุบัน
16 พ.ย. 2023
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy