การประชุมทางไกล เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
DTran Technology จึงจำหน่ายชุดอุปกรณ์ระบบประชุมทางไกลออนไลน์ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณสื่อสารและทำงานด้วยกันได้ ไม่ว่าคุณจะทำงานจากที่บ้านหรือในสำนักงาน หรือต้องการพูดคุยประชุมในระยะไกล
ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องพบเจอกัน
โดยจำหน่ายระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์จากแบรนด์คุณภาพสูงอย่าง IQMeet และ Nearity
ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับความต้องการในการประชุมผ่านเสียงหรือวิดีโอของคุณ
แล้วเริ่มประชุมกันเลย !!
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือ ระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ Audio / Video Conference Meeting ของ IQMeet และ Nearity คือ ระบบเทคโนโลยีที่ใช้ในการประชุมทางไกล เพื่อการสื่อสาร เช่น การศึกษา การประชุม การพูดคุยสำหรับองค์กรเพื่อธุรกิจ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้คนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถติดต่อ พูดคุยกันได้อย่างชัดเจน แม้จะอยู่คนละสถานที่ ระยะทางไกล โดยสื่อสารพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แบบเรียลไทม์ เช่น กล้องประชุมออนไลน์ Speakerphone เป็นต้น
ในปัจจุบัน ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Audio / Video Conference Meeting IQ Meet เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและการสื่อสารทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือธุรกิจข้ามชาติ เนื่องจากเป็นวิธีการที่มอบความสะดวก รวดเร็ว และช่วยลดต้นทุนแฝงได้อย่างมหาศาล ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเช่าสถานที่จัดประชุม ช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิด "ประชุมได้ทุกที่ ทุกเวลา"
DTran Technology ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ของการสื่อสารที่มีคุณภาพ เราจึงจำหน่ายระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ระบบประชุมทางไกลออนไลน์ คุณภาพสูงจาก IQMeet และ Nearity โดยเป็นวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่คุณภาพสูง มีภาพคมชัด ระดับ 4K ระบบปฏิบัติการ AI ที่ทันสมัย และระบบเสียงที่มีความละเอียดสูง เพื่อยกระดับห้องประชุมอัจฉริยะ
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Video Conference คือ ระบบที่ใช้เทคโนโลยีการประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตที่โต้ตอบกันแบบเรียลไทม์ โดยสื่อสารผ่านภาพและเสียง โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อส่งผ่านข้อมูลภาพและเสียง เป้าหมายหลัก คือ การจำลองบรรยากาศการประชุมให้ใกล้เคียงกับการนั่งอยู่ในห้องเดียวกันมากที่สุด ซึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์คือ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบ Full-Duplex ซึ่งการสื่อสารแบบ Full-Duplex คือ วิธีการสื่อสารข้อมูลที่ช่วยให้สามารถส่งและรับสัญญาณได้พร้อมกันระหว่างอุปกรณ์สองเครื่อง โดยมีข้อดี คือ มีความรวดเร็วและต่อเนื่องของการสื่อสาร ทำให้สื่อสาร ประชุมกันได้อย่างลื่นไหล
โดยหากจะให้พูดให้เข้าใจง่ายๆ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือ ระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ Audio / Video Conference Meeting คือ ระบบเทคโนโลยีที่ใช้ในการประชุมทางไกล เพื่อการสื่อสาร เช่น การศึกษา การประชุม การพูดคุยสำหรับองค์กรเพื่อธุรกิจ
โดยหัวใจสำคัญของ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ คือ การเชื่อมโยงผู้คนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนจำนวนมาก ให้สามารถติดต่อสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านภาพที่คมชัด ข้อมูลที่แม่นยำ และสัญญาณเสียงที่ใสสะอาด ช่วยลดปัญหาเรื่องระยะทาง แม้ว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะอยู่คนละที่ หรือห่างไกลกันเพียงใดก็ตาม
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จึงถือเป็นวิธีการประชุมที่สะดวกมากๆ โดยถูกใช้ในหน่วยงานและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างแพร่หลาย เพราะ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะทาง ทำให้การประชุมเกิดขึ้นได้ทุกที่อย่างรวดเร็ว แม้อยู่คนละที่กัน ทำให้ประหยัดทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ไปจนถึงค่าน้ำมัน ค่าเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ
ด้วยสินค้า Video Conference IQMeet ของดีทราน เทคโนโลยี นอกจากจะทำให้สามารถประชุมได้ทุกที่ทุกเวลา ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการประชุม สร้างการประสานงานที่มีประสิทธิภาพและติดต่อสื่อสารกับทีมงานของคุณได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ในโลกธุรกิจปี 2026 การประชุมทางไกลไม่ได้เป็นเพียงแค่ "ทางเลือก" แต่เป็น "หัวใจหลัก" ของการขับเคลื่อนองค์กร DTran Technology เข้าใจถึงความท้าทายนี้ จึงได้นำเสนอโซลูชั่น ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference System แบบครบวงจร ที่เปลี่ยนการประชุมผ่านหน้าจอที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นการทำงานร่วมกันที่สมจริงและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference System) หรือที่เราเรียกกันว่าระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ เป็นระบบที่เรียกได้ว่ามีความทันสมัย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย เพราะ เป็นการทำให้การสื่อสารในระยะทางไกล ทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และได้ข้อมูลที่ละเอียดชัดเจน ด้วยการสื่อสารผ่านทางวีดีโอภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ แต่ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่า กว่าจะมาเป็นระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ทันสมัยอย่างในปัจจุบัน ระบบนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร? วันนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ อย่างละเอียดกันครับ
ช่วงทศวรรษ 1920s: ในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1927 ห้องปฏิบัติการ AT&T Bell Telephone Laboratories ได้สร้างระบบสื่อสารทางโทรทัศน์ที่ใช้งานได้จริงขึ้นมา โดยเป็นการถ่ายทอดสดภาพเคลื่อนไหวของ Herbert Hoover ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น จากทำเนียบขาวไปยังนิวยอร์ก ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 200 ไมล์ (ประมาณ 320 กิโลเมตร) ผู้ชมที่อยู่ในหอประชุมที่นิวยอร์กสามารถมองเห็นภาพของ Hoover ได้ แต่ตัวเขานั้นไม่สามารถมองเห็นผู้ชมที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งได้ (เป็นการสื่อสารทางเดียว)
ช่วงทศวรรษ 1930s: ในปี ค.ศ. 1931 AT&T ได้สาธิตการสื่อสารผ่านวิดีโอแบบสองทางระหว่างสำนักงานสองแห่งของ AT&T ในย่านแมนแฮตตัน ซึ่งความพิเศษที่ต่างจากการสาธิตของ Hoover ก่อนหน้านี้คือ คู่สนทนาทั้งสองฝ่ายสามารถมองเห็นหน้ากันและกันได้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทำได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่หลงเหลืออยู่จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ได้ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารทางวิดีโอต้องหยุดชะงักลงไป
ปี ค.ศ. 1936: ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1936 ที่ประเทศเยอรมนี Georg Schubert นักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน ได้พัฒนาต้นแบบของระบบโทรศัพท์วิดีโอสมัยใหม่ที่สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ
ระบบนี้มีชื่อเรียกว่า Gegensehn-Fernsprechanlagen หรือ "ระบบโทรศัพท์ที่มองเห็นภาพ" ในช่วงเริ่มต้นได้มีการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเบอร์ลินและเมืองไลพ์ซิก ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 100 ไมล์ (ประมาณ 160 กิโลเมตร) โดยใช้สายสัญญาณโคแอกเชียล (Coaxial Cable) และในเวลาต่อมาได้มีการขยายโครงข่ายสายส่งสัญญาณนี้ออกไปไกลกว่า 620 ไมล์ (ประมาณ 1,000 กิโลเมตร) ครอบคลุมหลายเมือง
มีการติดตั้ง ตู้โทรศัพท์วิดีโอ (Video Call Booths) ไว้ตามที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการเชื่อมต่อกับตู้โทรศัพท์ในเมืองอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ได้ถูกยกเลิกไปในปี ค.ศ. 1939 เนื่องจากการปะทุขึ้นของสงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960: การพัฒนา 'Picturephone' ของ AT&T
ในปี ค.ศ. 1959 ห้องปฏิบัติการ Bell Telephone ได้สร้างต้นแบบของระบบสื่อสารวิดีโอแบบสองทางขึ้นมา ซึ่งในขณะนั้นสามารถส่งสัญญาณภาพได้เพียง 1 เฟรมในทุกๆ 2 วินาทีเท่านั้น แต่ภาพที่ได้กลับมีความคมชัดและสัญญาณมีความเสถียร
โครงการนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Picturephone Mod I โดย AT&T พวกเขาได้นำเสนอเครื่องโทรศัพท์วิดีโอที่ใช้งานได้จริงในงาน World's Fair ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1964
ต่อมาในปี ค.ศ. 1969 AT&T ได้เปิดตัว Picturephone Mod II ซึ่งเป็นระบบสื่อสารวิดีโอสำหรับสำนักงานที่มีความสามารถในการถ่ายทอดสัญญาณภาพได้ถึง 30 เฟรมต่อวินาที แม้ว่า AT&T จะพยายามผลักดันให้เกิดโครงข่าย Picturephone ไปทั่วประเทศ แต่โปรเจกต์นี้กลับไม่ประสบความสำเร็จในท้ายที่สุดครับ
ช่วงทศวรรษ 1980: การเติบโตของ PictureTel
ในปี ค.ศ. 1984 กลุ่มนักศึกษาจาก MIT และอาจารย์ของพวกเขาได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท PictureTel Corp. ขึ้น โดยบริษัทนี้เป็นผู้ประดิษฐ์ Video Codec (เทคโนโลยีการบีบอัดและถอดรหัสวิดีโอ) สำหรับเชิงพาณิชย์เป็นรายแรก เพื่อให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 AT&T ได้เลือกใช้บริการของ PictureTel ในการจัดประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อทั้งภาพแบบเคลื่อนไหวเต็มรูปแบบ (Full-motion video) และเสียงแบบเรียลไทม์สองทาง ระหว่างสำนักงานใหญ่ของ PictureTel และสำนักงานของ AT&T ในกรุงปารีส
ช่วงทศวรรษ 1990: ยุคอินเทอร์เน็ตบูมและความก้าวหน้าของโทรศัพท์ระบบดิจิทัล
ในปี ค.ศ. 1991 นักศึกษาจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ประดิษฐ์ เว็บแคม (Webcam) เครื่องแรกของโลก ขึ้น โดยให้ภาพขาวดำ (Grayscale) ความละเอียด 129×129 พิกเซล ที่ความเร็ว 1 เฟรมต่อวินาที และสามารถดึงภาพออกมาได้ 3 ครั้งต่อนาที
นอกจากนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ได้เขียนโปรแกรมที่ชื่อว่า CU-SeeMe ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเฟอเรนซ์บนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปตัวแรก โดยเริ่มปล่อยให้ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Macintosh ในปี 1992 และบน Windows ในปี 1994
ต่อมาในปี ค.ศ. 1994 บริษัท Connectix ได้เปิดตัว QuickCam ซึ่งเป็นเว็บแคมเชิงพาณิชย์รุ่นแรก โดยมีความละเอียดภาพอยู่ที่ 320x240 พิกเซล แสดงสีขาวดำได้ 16 เฉดที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาที หรือหากปรับเป็น 256 เฉดสีเทา ความเร็วจะอยู่ที่ 15 เฟรมต่อวินาที และในปี ค.ศ. 1998 Logitech ก็ได้เข้าซื้อกิจการ QuickCam ในที่สุดครับ
ช่วงทศวรรษ 1990: ยุคอินเทอร์เน็ตบูมและความก้าวหน้าของโทรศัพท์ระบบดิจิทัล
ในปี ค.ศ. 1991 นักศึกษาจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ประดิษฐ์ เว็บแคม (Webcam) เครื่องแรกของโลก ขึ้น โดยให้ภาพขาวดำ (Grayscale) ความละเอียด 129×129 พิกเซล ที่ความเร็ว 1 เฟรมต่อวินาที และสามารถดึงภาพออกมาได้ 3 ครั้งต่อนาที
นอกจากนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ได้เขียนโปรแกรมที่ชื่อว่า CU-SeeMe ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเฟอเรนซ์บนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปตัวแรก โดยเริ่มปล่อยให้ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Macintosh ในปี 1992 และบน Windows ในปี 1994
ต่อมาในปี ค.ศ. 1994 บริษัท Connectix ได้เปิดตัว QuickCam ซึ่งเป็นเว็บแคมเชิงพาณิชย์รุ่นแรก โดยมีความละเอียดภาพอยู่ที่ 320x240 พิกเซล แสดงสีขาวดำได้ 16 เฉดที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาที หรือหากปรับเป็น 256 เฉดสีเทา ความเร็วจะอยู่ที่ 15 เฟรมต่อวินาที และในปี ค.ศ. 1998 Logitech ก็ได้เข้าซื้อกิจการ QuickCam ในที่สุดครับ
ปลายทศวรรษ 1990: Polycom และการเติบโตของการประชุมวิดีโอ
Polycom ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1990 โดยอดีตเพื่อนร่วมงานสองคนจากบริษัท PictureTel ผลิตภัณฑ์แรกที่ Polycom วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1992 คือ SoundStation ซึ่งเป็นลำโพงโทรศัพท์ (Speakerphone) ทรงสามเหลี่ยมที่ให้คุณภาพเสียงระดับสูง ช่วยให้คู่สนทนาทั้งสองฝ่ายสามารถพูดและได้ยินเสียงพร้อมกันได้อย่างราบรื่น และต่อมาในปี ค.ศ. 1994 บริษัทได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้านวิดีโอตัวแรกที่ชื่อว่า ShowStation ออกสู่ตลาดครับ
ทศวรรษ 2000: การก้าวขึ้นมาของสมาร์ทโฟน — จุดเริ่มต้นของ Skype, WhatsApp และ FaceTime
สมาร์ทโฟนเริ่มมีกล้องด้านหลังสำหรับถ่ายรูป และในเวลาไม่นานก็ได้เพิ่ม กล้องด้านหน้า (ซึ่งเป็นกล้องที่อยู่ฝั่งเดียวกับแป้นพิมพ์หรือหน้าจอ) โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมทางวิดีโอโดยเฉพาะ สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีกล้องหน้าคือ Kyocera Visual Phone VP-210 ซึ่งวางจำหน่ายในญี่ปุ่นปี 1999 ต่อมาในปี 2003 โทรศัพท์อีกหลายรุ่นรวมถึง Sony Ericsson Z1010 ก็เริ่มติดตั้งกล้องหน้ามาให้เช่นกัน
การประชุมวิดีโอผ่านสมาร์ทโฟนเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปี 2010 ด้วยการเปิดตัว iPhone 4 และ FaceTime ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สลับจากการสนทนาด้วยเสียงไปเป็นการสื่อสารผ่านวิดีโอแบบสองทางได้เพียงแค่แตะปุ่มเดียว ในช่วงแรกระบบรองรับเฉพาะการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi แต่ Apple ก็ได้เพิ่มการรองรับเครือข่าย 3G และ 4G/LTE ในเวลาต่อมา
เหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ในยุคนี้ได้แก่:
ปี 2020: การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
มาตรการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ชาวอเมริกันจำนวนมหาศาลจำเป็นต้องเปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และเด็กๆ ต้องเรียนหนังสือผ่านระบบออนไลน์ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผลิตภัณฑ์วิดีโอทุกประเภท เนื่องจากโรงเรียนและสถานประกอบการจำนวนมากต่างพากันจัดซื้อเครื่องมือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อรักษาการเชื่อมต่อและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ต่อไปได้จากที่บ้านครับ
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือ ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ Video Conference System ของ DTran Technology เป็นระบบที่ถูกคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Hybrid Work อย่างแท้จริง โดยเน้นความคมชัดของทั้งภาพและเสียง เพื่อให้การติดต่อสื่อสารกับทีมงาน คู่ค้า หรือลูกค้า เป็นไปอย่างราบรื่นประดุจการนั่งสนทนาอยู่ในห้องเดียวกัน
การลงทุนใน ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ที่มีคุณภาพจาก DTran Technology จึงไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ลแต่เป็น การวางรากฐานให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Smart Office ที่มีความคล่องตัวสูง โดยชุดอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยทลายกำแพงเรื่องระยะทาง ซึ่งมีจุดเด่นต่างๆ ดังนี้
หัวใจสำคัญของ ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ของ DTran Technology คือ ภาพและเสียงที่คมชัด อุปกรณ์ของเราเลือกใช้กล้องความละเอียดสูงที่มาพร้อมฟังก์ชัน AI อัจฉริยะ เช่น Auto-framing และ Speaker Tracking ที่ช่วยจับภาพผู้พูดโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีคุณภาพเสียงในระดับยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ร่วมประชุมปลายทางสามารถเห็นสีหน้า ท่าทาง และอารมณ์ของผู้พูดได้อย่างชัดเจน เพิ่มความเชื่อมั่นและความเป็นมืออาชีพในการเจรจาธุรกิจ
ในห้องประชุมแบบ Hybrid ปัญหาเรื่องเสียงก้องหรือเสียงรบกวนรอบข้างมักเป็นอุปสรรคใหญ่ ระบบประชุมทางไกลออนไลน์ ของเราจึงติดตั้งไมโครโฟนแบบ Array ที่มีรัศมีการรับเสียงที่กว้างและแม่นยำ พร้อมเทคโนโลยี AI Noise Reduction ที่ช่วยตัดเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด เสียงเครื่องปรับอากาศ หรือเสียงรบกวนภายนอกออกอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงเสียงพูดที่ใสสะอาดและมีพลัง ได้คุณภาพของภาพและเสียงที่ดีขึ้นกว่าการใช้โน้ตบุ๊กทั่วไป
ชุดอุปกรณ์ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ของ DTran Technology ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายในรูปแบบ Plug-and-Play รองรับการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มการประชุมชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Zoom, Microsoft Teams, Google Meet หรือ Cisco Webex ช่วยให้การเริ่มต้นประชุมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลากับการตั้งค่าที่ยุ่งยาก
การทำงานของระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ระบบจะทำงานโดยการถ่ายทอดสัญญาณผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยอุปกรณ์ทั้งหมด อาทิ กล้อง, ลำโพง Speaker, ไมค์ จะเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันเพื่อรับส่งสัญญาณ อีกทั้งยังทำงานร่วมซอฟต์แวร์ภายในระบบไม่ว่าจะเป็นการแชร์หน้าจอ การบันทึกการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นหน้าและตอบโต้กันได้แบบเรียลไทม์
ผ่านระบบวีดีโอคอล (เห็นภาพ และได้ยินเสียง) ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถพูดคุยและทำงานด้วยกันได้ เหมือนกับนั่งทำงานอยู่ด้วยกัน แม้จะอยู่คนละที่
ระบบการประชุมทางไกล หรือระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ถูกออกแบบขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนหรือกลุ่มคน 2 คนขึ้นไป ที่อยู่คนละสถานที่ สามารถสื่อสารผ่านทางแบบเห็นหน้า ได้ยินเสียง ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน โดยเห็นต่างฝ่ายต่างเห็นภาพกันและกันจากอีกฝั่งแบบเรียลไทม์ ผ่านจอภาพ อาทิ จอคอมพิวเตอร์ จออัจฉริยะ โทรศัพท์ ระบบการประชุมทางไกลจะมีคุณภาพหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเร็วของสัญญาณและคุณภาพของอุปกรณ์ระบบการประชุมทางไกล
โดยสามารถใช้งานในการประชุมภายในหรือประชุมระหว่างองค์กรต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูล ภาพ เสียง ที่ชัดเจนแม่นยำ ผ่านการสื่อสารในระยะไกล ให้เหมือนกับนั่งทำงานด้วยกัน แม้นั่งอยู่คนละที่ เพื่อช่วยให้ประหยัดเวลาเดินทาง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการพบปะ
ในทุกวันนี้การทำงานไม่ได้อยู่ที่สถานที่เดียวเท่านั้น การประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยให้ทีมงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้การทำงานร่วมกันทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยบริการของดีทรานเทค ที่ทำให้การประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียงเป็นประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพและแตกต่าง
การลงทุนใน ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference System ที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งกล้องหรือลำโพง แต่คือการสร้างระบบนิเวศการทำงาน (Work Ecosystem) ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งส่งผลดีต่อองค์กรในหลากหลายมิติ ได้แก่
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ช่วยให้องค์กรและธุรกิจยืดหยุ่นเวลาทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะองค์กรที่มีการทำงานแบบ Hybrid หรือ Work From Home
ด้วยโซลูชัน ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จาก ดีทราน เทคโนโลยี ระบบจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย (User-friendly) รองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Teams, Zoom หรือ Google Meet พร้อมฟีเจอร์การแชร์หน้าจอแบบไร้สายและการเขียนกระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะ ทำให้การระดมสมองเป็นไปอย่างลื่นไหลเหมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน
การใช้ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดงบประมาณมหาศาลที่ต้องใช้ในการเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายเบี้ยเลี้ยงต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานและทรัพยากรในสำนักงาน สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) ที่องค์กรชั้นนำให้ความสำคัญ
การประชุมกับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจด้วยระบบภาพและเสียงที่คมชัดระดับ Ultra HD พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ช่วยสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในรายละเอียดขององค์กร ทำให้องค์กรดูมีความน่าเชื่อถือและทันสมัย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าได้เป็นอย่างดี
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ สามารถสื่อสารกันโดยเห็นใบหน้า ท่าทาง ทุกอิริยาบถ อีกทั้งได้ยินเสียงที่ชัดเจนแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สื่อสารกันได้อย่างชัดเจน รับสารได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง โดยรับรู้ถึงท่าทาง อารมณ์ ของผู้ร่วมประชุมทุกคนชัดเจน ผ่านทั้งระบบเสียงและภาพ
4K UHD
Resolutions
Seamless
Connection
4K Camera with
12x Optical Zoom
Build-in
Microphone
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference System สามารถต่อยอดในการใช้งานกับ ระบบโซลูชันห้องประชุมอัจฉริยะ Smart Meeting Room Solution ได้อย่างดีเยี่ยมในยุคปัจจุบัน ในยุคดิจิทัลที่การทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Working) กลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กรทั่วโลก ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference System) จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารทางไกลอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "หัวใจสำคัญ" ที่ขับเคลื่อน ระบบโซลูชันห้องประชุมอัจฉริยะ (Smart Meeting Room Solution) ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยระบบโซลูชันห้องประชุมอัจฉริยะ คือ ระบบที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่าย มาผนวกการใช้งานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนจากห้องประชุมธรรมดา ให้กลายเป็น ห้องประชุมอัจฉริยะ Smart Meeting Room
ซึ่งระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จะช่วยพัฒนาในส่วนของเทคโนโลยีโซลูชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาพและเสียงที่คมชัด การรับส่งสัญญาณที่รวดเร็ว ผ่านการใช้งานผลิตภัณฑ์วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ดังนี้
กล้องในระบบโซลูชันห้องประชุมอัจฉริยะไม่ใช่แค่การรับภาพทั่วไป แต่คือการถ่ายทอด "อรรถรส" และ "ความรู้สึก" ในการประชุม
ในห้องประชุมอัจฉริยะ "เสียง" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด หากภาพขาดหายการประชุมยังดำเนินต่อได้ แต่หากเสียงขาดหายการประชุมจะสิ้นสุดทันที
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ในปัจจุบันมักรองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ระดับโลก เช่น Microsoft Teams, Zoom หรือ Google Meet ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Smart Meeting Room ที่ช่วยให้
นับเป็นสิ่งที่สำคัญของ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference Meeting ที่ต้องมาก่อน เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้ในการแสดงผลภาพสำหรับการประชุม โดยจะใช้ฉายภาพให้เห็นกันทั่วห้องประชุม เพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน ช่วยให้เห็นสิ่งที่ต้องการสื่อสาร ยิ่งใช้จอหรือโปรเจคเตอร์ที่มีคุณภาพสูง ก็จะทำให้คุณภาพของ Video Conference ดียิ่งขึ้น
กล้องวีดีโอ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่จะช่วยจับภาพและสื่อสารไปให้เห็นหน้ากันได้ ความละเอียดของกล้องมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของภาพที่แสดงผล ยิ่งกล้องที่มีความละเอียดสูง เช่น กล้อง HD หรือ 4K จะได้ให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น
ไมโครโฟน จะช่วยในเรื่องของการสื่อสารผ่านเสียง ให้ผู้ส่งสารพูดคุยกับผู้รับสารได้ โดยไมโครโฟนที่มีความละเอียดสูง จะช่วยให้เสียงของผู้พูดชัดเจนและสัญญาณไม่ขาดหาย การเลือกไมโครโฟนที่ดีจะทำให้การสื่อสารผ่าน ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งไมโครโฟนที่ลดเสียงรบกวน (noise-canceling) จะช่วยลดเสียงรบกวนจากบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ไม่ให้รบกวนการสื่อสาร
ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เช่น Zoom, Microsoft Teams, Google Meet ซึ่งมีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการจัดการประชุม
ระบบอินเตอร์เน็ต เป็นปัจจัยสำคัญของ ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ Video Conference ยิ่งอินเตอร์เน็ตมีความเร็วและเสถียร ก็จะทำให้ระบบ Video Conference ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และราบรื่น
เพลิดเพลินไปกับภาพที่ละเอียดคมชัดและเสียงที่สมจริง ให้การประชุมกับทีมงานหรือลูกค้าเหมือนอยู่ตรงหน้ากัน ถึงแม้ว่าคุณกับปลายทางจะอยู่คนละที่
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ ทีมงานของคุณสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน
ข้อมูลและการสื่อสารของคุณปลอดภัยด้วยระบบการเข้ารหัสที่มีมาตรฐาน ทำให้คุณสามารถประชุมได้อย่างมั่นใจว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัย
ไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคก็สามารถประชุมได้ เพียงไม่กี่ขั้นตอน คุณก็สามารถเข้าร่วมการประชุมและแบ่งปันข้อมูลได้อย่างง่ายดาย
ทีมงานของคุณสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทางธุรกิจหรือการสร้างแผนการทำงาน
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์
ระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ กับ DTran Technology
ในยุคที่การทำงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในออฟฟิศ DTran Technology มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยน (Transform) รูปแบบการทำงานและการสื่อสารขององค์กรยุคใหม่ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายและวางระบบ อุปกรณ์สำหรับห้องประชุมอัจฉริยะ (Smart Meeting Room Solutions) ที่จะเปลี่ยนโฉมห้องประชุมแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งนวัตกรรมในรูปแบบ Digital Transformation และ Digital Workplace อย่างเต็มตัว
เพราะ เป้าหมายของ DTran Technology ไม่ใช่เพียงแค่การขายอุปกรณ์ประชุมเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม "ประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน" (Collaboration Efficiency) เราช่วยให้ทีมงานสามารถสื่อสารไอเดียได้อย่างชัดเจน ลดความผิดพลาดในการสื่อสาร และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในปัจจุบัน
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ DTran Technology เราพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนห้องประชุมของคุณให้เป็นพื้นที่อัจฉริยะที่พร้อมตอบโจทย์โลกอนาคต เพื่อให้ทุกการประชุมมีคุณค่าและผลักดันองค์กรไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์, ระบบประชุมทางไกล, ระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ, วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ zoom, วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หมายถึง, ประชุมคอนเฟอเรนซ์ คือ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ คือ, ระบบประชุมออนไลน์, การประชุมทางไกลผ่านจอภาพ, Smart Meeting Room, ห้องประชุมอัจฉริยะ, Hybrid Work, Work from Home, Remote Collaboration, กล้องประชุมออนไลน์, กล้อง PTZ, Video Conference Camera, All-in-One Video Bar, Speakerphone, สปีกเกอร์โฟน, ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน, ลำโพงห้องประชุม, หน้าจออัจฉริยะ, Interactive Touch Screen, IQTouch, IQMeet, Video Meeting Bar, Audio Conference, Visual Communication, Ultra HD 4K, Auto Framing, Voice Tracking, สัญญาณภาพและเสียง, การเชื่อมต่อไร้สาย, Wireless Presentation, Screen Mirroring, การแชร์หน้าจอ, BYOD, BYOM, Plug-and-Play, ระบบคลาวด์คอนเฟอเรนซ์, Zoom Meeting, Microsoft Teams, Google Meet, Cisco Webex, ซอฟต์แวร์ประชุมออนไลน์, การสัมมนาผ่านเว็บ, การเรียนการสอนทางไกล, Smart Classroom, ห้องเรียนอัจฉริยะ, การทำงานร่วมกันแบบ Real-time, ระบบเสียงอัจฉริยะ, การบันทึกการประชุม, โซลูชันห้องประชุม, ระบบไอทีองค์กร, DTran Technology